← กลับไปหน้าบทความ

Insight · โดย Content Team

ทำไม ROAS และกำไรสุทธิจึงสำคัญกว่ายอดวิวในการทำ E-Commerce

เรียนรู้ว่าทำไมการทำโฆษณาออนไลน์ในยุคนี้จึงไม่ควรโฟกัสแค่ยอดวิวหรือคลิก แต่ต้องให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากโฆษณา (ROAS) และกำไรสุทธิ

ecommerce warehouse logistics wide

หมดเวลาของการวัดผลแค่ยอดคลิกและยอดวิว

ในการทำธุรกิจ E-Commerce สิ่งที่เจ้าของแบรนด์หรือร้านค้าออนไลน์มักจะได้รับรายงานจากการทำการตลาดคือ "ยอดวิว" (Impressions) หรือ "ยอดคลิก" (Clicks) ที่พุ่งสูงขึ้น แต่คำถามที่แท้จริงคือ ยอดเหล่านั้นถูกเปลี่ยนเป็น "ยอดขาย" และ "กำไรสุทธิ" กลับเข้าสู่ธุรกิจของคุณจริงหรือไม่?

การโฟกัสเพียงแค่มาตรวัดพื้นฐานเหล่านี้อาจทำให้แบรนด์หลงทางและสูญเสียงบประมาณไปอย่างเปล่าประโยชน์ สิ่งที่ธุรกิจต้องหันมาใส่ใจอย่างจริงจังคือผลตอบแทนจากการจ่ายค่าโฆษณาหรือ ROAS (Return on Ad Spend) รวมถึงกำไรสุทธิที่เหลืออยู่ในมือ

ROAS ที่ดีคือหัวใจของการสเกลยอดขาย

ROAS คือตัวชี้วัดที่บอกคุณว่า เงินทุกบาทที่คุณลงทุนไปกับการยิงแอดสร้างรายได้กลับมาให้คุณกี่บาท การมี ROAS ที่สูงและมั่นคงหมายถึงคุณสามารถเพิ่มงบโฆษณาเพื่อขยายสเกลยอดขาย (Scale) ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขาดทุน

โดยทั่วไป หากคุณปรับแต่งแคมเปญโฆษณาอย่างแม่นยำ คุณควรจะเริ่มเห็นการปรับตัวของ ROAS ในทิศทางที่ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์แรกของการรันแคมเปญ นี่คือระยะเวลาที่ระบบของแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ได้เรียนรู้กลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าของคุณมากที่สุด

ปรับโฟกัสสู่ผลกำไรด้วยแนวทางที่ชัดเจน

เพื่อให้ธุรกิจ E-Commerce เติบโตอย่างยั่งยืน การตลาดต้องมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง การสร้างกำไรไม่ได้มาจากการยิงแอดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประกอบด้วยกลยุทธ์หลายด้าน ได้แก่:

  • ความแม่นยำในการเลือกกลุ่มเป้าหมาย: เข้าใจพฤติกรรมผู้ซื้อบน Marketplace แต่ละแห่ง
  • การจัดการช่องทางขาย (Omnichannel): เชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ทำงานร่วมกัน
  • การกระตุ้นยอดซื้อซ้ำ: การรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำมีต้นทุนถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่เสมอ

หากคุณกำลังมองหาความสำเร็จที่วัดผลได้ผ่านยอดขายที่จับต้องได้ การเปลี่ยนมุมมองจากการหายอดวิวมาเป็นการเพิ่ม ROAS และกำไรสุทธิ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณ